ที่มา: https://newsroom.cisco.com/c/r/newsroom/en/us/a/y2026/m08/cisco-secure-ai-factory-nvidia-rack-scale.html
AI Infrastructure
Cisco ขยาย Secure AI Factory with NVIDIA รองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ยุค Rack-Scale
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 Cisco ประกาศขยายโซลูชัน Cisco Secure AI Factory with NVIDIA เพื่อรองรับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยร่วมมือกับ Supermicro เพื่อนำระบบเซิร์ฟเวอร์ AI ประสิทธิภาพสูง ทั้งแบบ Liquid-Cooled และ Air-Cooled เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรม AI แบบ Full-Stack ของ Cisco
การขยายครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่องค์กรทั่วโลกกำลังเร่งลงทุนด้าน AI Infrastructure และเปลี่ยนจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การนำ AI มาใช้งานจริงในระดับ Production โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ GPU และระบบประมวลผลจำนวนมาก เช่น การฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ การประมวลผล Inference และ Agentic AI
Cisco ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI ในยุคใหม่ไม่ควรแข่งขันกันเพียงด้านกำลังประมวลผล แต่ต้องสามารถจัดการเรื่อง Networking, Cooling, Security, Data Privacy, Operational Efficiency และ Scalability ได้พร้อมกัน
Cisco ผสาน AI Compute และ Networking ในสถาปัตยกรรม Full-Stack
หัวใจสำคัญของการประกาศครั้งนี้ คือการนำระบบ High-Density AI Compute ของ Supermicro มาผสานเข้ากับสถาปัตยกรรม Cisco Secure AI Factory with NVIDIA
โซลูชันดังกล่าวออกแบบมาเพื่อให้องค์กรสามารถสร้าง AI Infrastructure ที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับ Compute ไปจนถึง Network และ Management โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบระบบแต่ละส่วนแยกจากกัน
Supermicro จะนำเสนอระบบเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับทั้งการระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว หรือ Air Cooling และ Liquid Cooling ทำให้สามารถรองรับ AI Cluster ที่มีความหนาแน่นสูงได้มากขึ้น
ความสามารถดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากสำหรับ AI Workload รุ่นใหม่ เนื่องจาก GPU รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความต้องการด้านพลังงานและการระบายความร้อนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย Cisco จึงมองว่า Rack-Scale Infrastructure จะมีบทบาทสำคัญต่อการสร้าง AI Factory ในอนาคต
Rack-Scale AI คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ?
Rack-Scale AI คือแนวคิดการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่มองทั้ง Rack เป็นระบบเดียว แทนที่จะพิจารณาเฉพาะเซิร์ฟเวอร์หรือ GPU แต่ละเครื่อง ระบบลักษณะนี้ต้องทำงานร่วมกันระหว่าง:
เมื่อ AI Workload มีขนาดใหญ่ขึ้น การเพิ่ม GPU เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบได้ตามสัดส่วน เพราะข้อมูลระหว่าง GPU และระบบประมวลผลต้องเดินทางผ่าน Network ด้วยความเร็วสูง ดังนั้น Network Architecture จึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของ AI Infrastructure ไม่แพ้ GPU
Cisco จึงนำความเชี่ยวชาญด้าน Networking มารวมเข้ากับ AI Compute เพื่อสร้าง Infrastructure ที่สามารถรองรับ AI Cluster ขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นระบบ
รองรับ AI ตั้งแต่ Trillion-Parameter Training ถึง Inference
Cisco ระบุว่าโซลูชันที่ขยายใหม่จะรองรับ AI Use Case ที่หลากหลาย ตั้งแต่การฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่มาก ไปจนถึงการนำโมเดลไปใช้งานจริง
หนึ่งใน Use Case สำคัญคือ Trillion-Parameter Model Training ซึ่งต้องใช้ GPU จำนวนมากและต้องการ Network ที่มี Bandwidth สูงและ Latency ต่ำ นอกจากนี้ยังรองรับ High-Throughput Inference สำหรับองค์กรที่ต้องประมวลผลคำขอจาก AI จำนวนมากในเวลาเดียวกัน
ระบบสามารถนำไปใช้กับ AI Infrastructure รูปแบบต่าง ๆ เช่น
- Generative AI
- Large Language Models หรือ LLM
- AI Training
- AI Inference
- Agentic AI
- Enterprise AI
- Edge AI
- Sovereign AI Infrastructure
- Neocloud Infrastructure
ทำให้องค์กรสามารถวาง Infrastructure สำหรับ AI ได้ตั้งแต่ระดับ Enterprise ไปจนถึงระบบ AI ขนาดใหญ่
NVIDIA Cloud Partner Compliant Architecture
อีกหนึ่งจุดสำคัญของข่าวนี้คือ Cisco จะนำเสนอ Architecture ที่สอดคล้องกับ NVIDIA Cloud Partner หรือ NCP ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผู้ให้บริการ Cloud และ AI Infrastructure สามารถสร้างระบบที่รองรับ NVIDIA AI Infrastructure ได้อย่างเหมาะสม
Cisco ระบุว่าโซลูชัน Secure AI Factory with NVIDIA ที่ขยายใหม่จะตอบโจทย์กลุ่ม Neocloud และ Sovereign Cloud
Neocloud คือผู้ให้บริการ Cloud ที่มุ่งเน้น Workload เฉพาะทาง โดยเฉพาะ AI และ GPU Computing ขณะที่ Sovereign Cloud ให้ความสำคัญกับการควบคุมข้อมูล การปฏิบัติตามกฎหมาย และการเก็บข้อมูลภายในประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่กำหนด
สำหรับองค์กรที่ต้องการนำ AI มาใช้กับข้อมูลสำคัญ ความสามารถในการควบคุม Data และ Security จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ
Cisco Silicon One และ NVIDIA Spectrum-X ทำงานร่วมกัน
ด้าน Networking Cisco จะใช้เทคโนโลยีหลายส่วนร่วมกันเพื่อสร้าง Architecture สำหรับ AI ในส่วนของ Front-End Network จะใช้ Switch ที่ขับเคลื่อนด้วย Cisco Silicon One ขณะที่ Back-End Network จะใช้ Switch ของ Cisco ที่อ้างอิงเทคโนโลยี NVIDIA Spectrum-X
ทั้งสองส่วนจะถูกบริหารและเชื่อมโยงผ่าน Cisco Nexus One เพื่อสร้าง Networking Architecture แบบ Unified แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถจัดการ Infrastructure ตั้งแต่ Compute ไปจนถึง Network ได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่ม Visibility ของระบบโดยรวม
Cisco ยังระบุว่าเป็น NVIDIA Technology Partner รายเดียวที่ใช้ Networking Switches และ Network Operating System ของตัวเองภายในโซลูชัน NCP Compliant Architecture ดังกล่าว
Liquid Cooling มีบทบาทสำคัญต่อ AI Infrastructure
หนึ่งในความท้าทายของ Data Center ยุค AI คือเรื่อง Power และ Cooling GPU รุ่นใหม่มีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงขึ้น แต่ต้องใช้พลังงานและสร้างความร้อนมากขึ้นเช่นกัน หากใช้ระบบระบายความร้อนแบบเดิมเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เกิดข้อจำกัดในการเพิ่มความหนาแน่นของ GPU ภายใน Rack
Cisco และ Supermicro จึงนำเสนอระบบที่รองรับ Liquid Cooling นอกจากนี้ Cisco ยังสามารถนำเสนอแนวทาง Rack-to-Fabric Liquid Cooling ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ AI Server ไปจนถึง AI Networking
แนวทางนี้ช่วยให้ Data Center สามารถรองรับ AI Cluster ที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดการขยายระบบจากข้อจำกัดด้านการระบายความร้อนเพียงอย่างเดียว
3 จุดเด่นของ Cisco Secure AI Factory with NVIDIA
Cisco ระบุถึงประโยชน์สำคัญ 3 ด้านที่ลูกค้าจะได้รับจากสถาปัตยกรรมดังกล่าว
1. ลดความเสี่ยงในการลงทุน
AI Infrastructure เป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูง และมีองค์ประกอบจำนวนมาก ตั้งแต่ GPU, Server, Network, Storage ไปจนถึง Cooling Cisco และ Supermicro มีความเชี่ยวชาญด้าน Supply Chain และ Infrastructure ทำให้สามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านการจัดหาและการติดตั้งระบบ นอกจากนี้ Architecture ที่อ้างอิง NVIDIA Reference Architectures ยังช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้มากขึ้นว่าระบบได้รับการออกแบบให้รองรับ AI Workload ที่เหมาะสม
2. เพิ่มความเร็วในการนำ AI ไปใช้งานจริง
หลังจาก Infrastructure ถูกส่งมอบ Cisco จะช่วยลูกค้าตรวจสอบและรับรองระบบผ่าน Cisco Validated Infrastructure Services หรือ CVIS ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับ NVIDIA Infrastructure Services หรือ NVIS เพื่อยืนยันว่า Infrastructure ถูกสร้างตาม Architecture ที่กำหนด แนวทางนี้ช่วยลดเวลาที่องค์กรต้องใช้ในการทดสอบและตรวจสอบระบบก่อนเข้าสู่ Production
3. Simplified Operations
เมื่อ AI Infrastructure มีขนาดใหญ่ขึ้น การบริหารจัดการก็มีความซับซ้อนมากขึ้น Cisco จึงนำ NVIDIA AI Enterprise Software และ AgenticOps ผ่าน Cisco Cloud Control เข้ามาช่วยในการบริหารระบบ องค์กรสามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่าง Job Health กับทรัพยากรต่าง ๆ เช่น Compute, NIC, Optics และ Network Performance ได้ในภาพรวม ช่วยให้ทีม IT ตรวจสอบปัญหาของ AI Workload ได้ตั้งแต่ระดับ Compute ไปจนถึง Network
AI Infrastructure กำลังเปลี่ยนจาก Server สู่ Factory
การประกาศของ Cisco สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาด AI Infrastructure ในอดีตองค์กรอาจมอง AI Infrastructure ในลักษณะของการจัดซื้อ GPU Server หรือ AI Server แต่เพียงอย่างเดียว
ปัจจุบัน AI Workload มีขนาดใหญ่และซับซ้อนมากขึ้น จึงต้องมอง Infrastructure เป็นระบบแบบองค์รวม แนวคิด AI Factory จึงเกิดขึ้นเพื่อเปรียบ AI Infrastructure เป็นโรงงานที่ใช้ Compute, Data และ Network ในการผลิต Intelligence ซึ่งสามารถนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้
ดังนั้นประสิทธิภาพของ AI Factory ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน GPU เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่า Infrastructure ทั้งระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ดีเพียงใด
Cisco เดินหน้าสู่ตลาด Enterprise, Neocloud และ Sovereign Cloud
การขยาย Secure AI Factory with NVIDIA ครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะองค์กร Enterprise แต่ยังมุ่งไปยังตลาด Neocloud และ Sovereign Cloud ซึ่งมีความต้องการ AI Infrastructure ที่แตกต่างกัน
| กลุ่มตลาด | ความต้องการหลัก |
|---|---|
| Enterprise | ระบบที่มี Security, Reliability และบริหารจัดการได้ง่าย |
| Neocloud | Infrastructure ที่รองรับ GPU Workload จำนวนมากและขยายระบบได้รวดเร็ว |
| Sovereign Cloud | Data Residency, Security และการควบคุมข้อมูล |
การนำ Compute, Networking, Cooling และ Security มารวมไว้ใน Full-Stack Architecture จึงช่วยให้ Cisco สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้หลายรูปแบบมากขึ้น
โซลูชันจะเริ่มให้บริการเมื่อไร?
Cisco ระบุว่าจะเริ่มนำเสนอ Supermicro Compute Solutions เป็นส่วนหนึ่งของ Secure AI Factory with NVIDIA ตั้งแต่:
การขยาย Portfolio ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Cisco ในตลาด AI Infrastructure โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรทั่วโลกกำลังเพิ่มการลงทุนด้าน AI และ Data Center
เมื่อ AI Model มีขนาดใหญ่ขึ้น ความต้องการด้าน Compute, Network และ Cooling ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น Infrastructure ที่สามารถรองรับการขยายตัวในระดับ Rack และ Cluster จึงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Data Center ยุคใหม่
สรุป
การขยาย Cisco Secure AI Factory with NVIDIA ผ่านความร่วมมือกับ Supermicro แสดงให้เห็นทิศทางของ AI Infrastructure ที่กำลังเปลี่ยนจากการมองเพียง GPU หรือ Server ไปสู่การสร้างระบบแบบ Full-Stack และ Rack-Scale
การผสาน AI Compute, High-Speed Networking, Liquid Cooling, Security และ Infrastructure Management ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง AI Infrastructure ที่รองรับ Workload ตั้งแต่ Enterprise AI ไปจนถึง Trillion-Parameter Model Training ขณะเดียวกันการรองรับ NVIDIA Cloud Partner Compliant Architecture ยังช่วยตอบโจทย์ตลาด Neocloud และ Sovereign Cloud ที่กำลังเติบโต
สำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนลงทุน AI Infrastructure ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “จะใช้ GPU รุ่นอะไร” แต่ต้องพิจารณาว่า Compute, Network, Cooling, Security และ Management สามารถทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียวได้หรือไม่ เพราะในยุค Rack-Scale AI ประสิทธิภาพของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Compute เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของ Infrastructure ทั้งระบบ