Microsoft เปิดตัว SQL Server on Azure Local รองรับระบบ Connected และ Disconnected

ข่าวสารและกิจกรรม
Microsoft เปิดตัว SQL Server on Azure Local รองรับระบบ Connected และ Disconnected
Microsoft · SQL Server · Hybrid Cloud

Microsoft เปิดตัว SQL Server on Azure Local รองรับ Connected และ Disconnected Operations

Microsoft ประกาศให้ SQL Server on Azure Local พร้อมใช้งานอย่างเป็นทางการ หรือ Generally Available (GA) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2026 โดยรองรับทั้งการทำงานในสภาพแวดล้อมที่เชื่อมต่อกับ Azure และสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการนำ SQL Server มาทำงานใกล้กับข้อมูล แอปพลิเคชัน และโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง

แนวทางดังกล่าวตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการควบคุมตำแหน่งการจัดเก็บข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมต่อมากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีข้อกำหนดด้าน Data Sovereignty, Security, Latency หรือ Business Continuity เช่น ภาครัฐ การเงิน Healthcare Manufacturing และ Energy

SQL Server on Azure Local คืออะไร?

SQL Server on Azure Local เป็นแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถรัน SQL Server บนโครงสร้างพื้นฐานของ Azure Local ภายใน Data Center หรือ Edge Location ขององค์กรเอง แทนที่จะต้องย้ายฐานข้อมูลทั้งหมดไปอยู่บน Public Cloud

Azure Local ช่วยนำความสามารถด้าน Infrastructure และการบริหารจัดการในรูปแบบของ Azure เข้ามาสู่สภาพแวดล้อมที่องค์กรเป็นผู้ควบคุม ทำให้องค์กรสามารถสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับรองรับ SQL Server และ Workload ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจได้ใกล้กับระบบงานจริงมากขึ้น

Microsoft ระบุว่า SQL Server on Azure Local รองรับ SQL Server Workloads บน Virtual Machine ที่ใช้ทั้ง Windows Server และ Linux ทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการเลือกสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับระบบที่ใช้งานอยู่

พร้อมใช้งานแบบ Connected และ Disconnected

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้คือ Microsoft รองรับการทำงาน 2 รูปแบบ ได้แก่ Connected Operations และ Azure Local Disconnected Operations (ALDO)

1. Connected Operations

สำหรับองค์กรที่สามารถเชื่อมต่อกับ Azure ได้ SQL Server สามารถทำงานบน Azure Local ภายในองค์กร ขณะที่ผู้ดูแลระบบสามารถใช้ Azure Arc เพื่อบริหารจัดการ SQL Server Resources ผ่าน Azure

แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรยังคงเก็บ Workload และข้อมูลไว้ภายใน Data Center ของตัวเอง ขณะเดียวกันก็สามารถใช้เครื่องมือและแนวทางการบริหารจัดการที่เชื่อมโยงกับ Azure ได้

เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการแนวทางแบบ Hybrid Cloud ซึ่งสามารถรักษาข้อมูลและระบบสำคัญไว้ภายในองค์กร แต่ยังต้องการความสามารถด้าน Cloud Management และการบริหารระบบจากส่วนกลาง

2. Disconnected Operations

สำหรับองค์กรที่ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา Microsoft รองรับ Azure Local Disconnected Operations หรือ ALDO

รูปแบบนี้ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมที่การเชื่อมต่อภายนอกถูกจำกัด ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่สามารถเชื่อมต่อได้ โดยระบบยังสามารถดำเนินงานภายในพื้นที่ได้

ความสามารถนี้มีความสำคัญสำหรับสถานที่ที่ต้องการให้ระบบฐานข้อมูลทำงานต่อเนื่อง แม้การเชื่อมต่อกับ Cloud หรือระบบภายนอกจะไม่พร้อมใช้งาน เช่น Remote Industrial Site หรือสภาพแวดล้อมที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและ Data Sovereignty สูง

เพิ่มความสามารถด้าน AI ให้ทำงานใกล้กับข้อมูลมากขึ้น

นอกจากการปรับปรุง Infrastructure แล้ว Microsoft ยังมุ่งเน้นการนำ Generative AI เข้ามาทำงานร่วมกับข้อมูลขององค์กร

หนึ่งในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องคือ Foundry Local on Azure Local ซึ่งช่วยให้สามารถรัน AI Models บน Azure Local Infrastructure ควบคู่ไปกับ SQL Server ได้

แนวคิดสำคัญคือการนำ AI Inference เข้ามาใกล้กับข้อมูลมากขึ้น แทนที่จะต้องย้ายข้อมูลสำคัญออกไปยังระบบภายนอกเพื่อประมวลผล

ตัวอย่างเช่น องค์กรที่มีข้อมูลด้านการผลิต ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย สามารถพิจารณาสถาปัตยกรรมที่ให้ Data, Database และ AI Processing ทำงานอยู่ภายใน Environment ที่องค์กรควบคุมได้

หมายเหตุ: Foundry Local on Azure Local ยังอยู่ในสถานะ Preview ณ วันที่ 29 กันยายน 2026 ดังนั้นความสามารถและรายละเอียดของบริการอาจมีการเปลี่ยนแปลงก่อนเปิดให้ใช้งานแบบ General Availability

รองรับองค์กรที่ต้องการควบคุม Data Sovereignty

ในปัจจุบันหลายองค์กรไม่ได้ต้องการเพียงแค่ระบบ Cloud ที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับคำถามว่า ข้อมูลถูกจัดเก็บที่ไหน ใครสามารถเข้าถึงข้อมูล และระบบสามารถทำงานต่อได้หรือไม่หากการเชื่อมต่อ Cloud ขัดข้อง

SQL Server on Azure Local จึงเหมาะกับองค์กรที่มีความต้องการด้าน Data Sovereignty หรือการควบคุมข้อมูลภายใต้ขอบเขตขององค์กรหรือประเทศ

Microsoft ระบุถึงกลุ่มองค์กรที่สามารถพิจารณาโซลูชันนี้ เช่น Public Sector, Defense, Financial Services, Healthcare, Manufacturing และ Energy รวมถึงองค์กรอื่น ๆ ที่มีข้อจำกัดด้าน Connectivity หรือมีข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลข้อมูล

สำหรับภาคอุตสาหกรรม ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลใกล้กับหน้างานยังมีประโยชน์ในด้าน Edge Computing เพราะระบบสามารถทำงานใกล้กับเครื่องจักรและแอปพลิเคชันที่ต้องการข้อมูลแบบ Real-Time ลดการพึ่งพาการส่งข้อมูลทั้งหมดกลับไปยัง Cloud

ช่วยให้ระบบ Mission-Critical ทำงานได้ใกล้กับหน้างาน

SQL Server เป็นฐานข้อมูลที่ถูกใช้งานกับระบบสำคัญขององค์กรมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะระบบที่ต้องการความต่อเนื่อง ความเสถียร และการจัดการข้อมูลจำนวนมาก

การนำ SQL Server มาใช้งานบน Azure Local ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับองค์กรที่ต้องการ Modernize Infrastructure โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไปเป็น Public Cloud

องค์กรสามารถวางระบบ SQL Server ใน Data Center ของตนเอง หรือใช้ใน Edge Location ที่อยู่ใกล้กับระบบงานจริง ขณะเดียวกันก็สามารถเลือก Deployment Model ให้เหมาะกับข้อกำหนดของแต่ละสถานที่ได้

แนวทางนี้มีความสำคัญสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มี Data Estate กระจายอยู่หลายพื้นที่ เพราะแต่ละสถานที่อาจมีข้อกำหนดด้าน Connectivity, Security และ Latency ที่แตกต่างกัน

รองรับการใช้ SQL Server License เดิม

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่อง SQL Server Licensing

Microsoft ระบุว่า SQL Server จะมีการคิด Licensing แยกจาก Azure Local Infrastructure Platform โดยสำหรับ Connected Deployment องค์กรสามารถใช้สิทธิ์ SQL Server เดิมที่เข้าเงื่อนไข เช่น License ที่มี Software Assurance หรือ Qualifying Subscription ได้

นอกจากนี้ Connected Deployment ยังสามารถเลือกใช้รูปแบบ Pay-as-you-go ผ่าน Azure Arc ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

สำหรับ Fully Disconnected Deployment องค์กรที่มีสิทธิ์เข้าเกณฑ์สามารถใช้ SQL Server License เดิมผ่าน Azure Hybrid Benefit

ทำให้การ Modernize Infrastructure สามารถต่อยอดจากการลงทุนด้าน SQL Server ที่องค์กรมีอยู่แล้วได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแนวทาง Licensing ทั้งหมดในทันที ทั้งนี้รายละเอียดและสิทธิ์การใช้งานขึ้นอยู่กับเงื่อนไข Licensing ของแต่ละองค์กร

SQL Server on Azure Local เหมาะกับใคร?

SQL Server on Azure Local เหมาะกับองค์กรที่ต้องการผสมผสานข้อดีของการทำงานแบบ Local Infrastructure และ Cloud Management โดยเฉพาะองค์กรที่มีข้อกำหนดเฉพาะด้านข้อมูลและระบบงาน กลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่

  • ภาครัฐและหน่วยงานที่มีข้อมูลสำคัญ ซึ่งต้องควบคุมตำแหน่งและการเข้าถึงข้อมูล
  • สถาบันการเงิน ที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแล
  • Healthcare ที่ต้องจัดการข้อมูลสำคัญและข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน
  • Manufacturing และ Smart Factory ที่ต้องประมวลผลข้อมูลจากเครื่องจักรและระบบการผลิตใกล้หน้างาน
  • Energy และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่อาจอยู่ในพื้นที่ห่างไกล
  • องค์กรที่มี Edge Location และต้องการให้ระบบทำงานได้แม้ Connectivity มีข้อจำกัด
  • องค์กรที่ต้องการ Hybrid Cloud โดยยังคงให้ข้อมูลและ Workload สำคัญอยู่ภายในองค์กร

SQL Server on Azure Local กับอนาคตของ Hybrid Cloud

การเปิดตัว SQL Server on Azure Local สะท้อนให้เห็นว่าแนวทาง Cloud Computing ขององค์กรไม่ได้จำเป็นต้องหมายถึงการย้ายทุกระบบไปไว้บน Public Cloud เพียงอย่างเดียว

ในความเป็นจริงองค์กรขนาดใหญ่มี Workload ที่หลากหลาย บางระบบสามารถทำงานบน Public Cloud ได้ ขณะที่บางระบบอาจจำเป็นต้องอยู่ใน Data Center ขององค์กรด้วยเหตุผลด้านกฎหมาย ความปลอดภัย Latency หรือข้อจำกัดด้าน Connectivity

ดังนั้นแนวทางที่เปิดให้องค์กรเลือก Deployment Model ตามลักษณะของแต่ละ Workload จึงมีความสำคัญมากขึ้น

SQL Server on Azure Local ช่วยเพิ่มทางเลือกดังกล่าว โดยให้องค์กรสามารถรัน SQL Server ใกล้กับข้อมูลและแอปพลิเคชัน พร้อมนำแนวทางการจัดการแบบ Azure เข้ามาใช้ในสภาพแวดล้อมที่องค์กรควบคุมได้

สรุป

การประกาศ SQL Server on Azure Local เป็น Generally Available ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกสำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการ Modernize SQL Server Infrastructure โดยยังสามารถควบคุม Data, Infrastructure และ Connectivity ได้ตามความต้องการ

จุดเด่นสำคัญของโซลูชันนี้คือการรองรับทั้ง Connected Operations และ Disconnected Operations ทำให้องค์กรสามารถเลือกแนวทางการใช้งานให้เหมาะกับแต่ละสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น Data Center, Edge Location หรือพื้นที่ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อ Cloud ได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ Microsoft ยังวางแนวทางให้ AI สามารถทำงานใกล้กับข้อมูลมากขึ้นผ่าน Foundry Local on Azure Local ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในสถานะ Preview รวมถึงรองรับทางเลือกด้าน SQL Server Licensing สำหรับองค์กรที่มีสิทธิ์ใช้งานเดิมตามเงื่อนไข

สำหรับองค์กรที่กำลังวางแผนด้าน Hybrid Cloud, Edge Computing, Data Sovereignty, AI Infrastructure หรือการ Modernize SQL Server การเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นอีกเทคโนโลยีที่ควรติดตาม เพราะช่วยให้องค์กรมีทางเลือกมากขึ้นในการกำหนดว่า Workload และข้อมูลสำคัญควรทำงานอยู่ที่ใด โดยไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบเดียวกับทุกระบบในองค์กร


แหล่งที่มา:
https://www.microsoft.com/en-us/sql-server/blog/2026/09/28/sql-server-on-azure-local-is-now-generally-available/

สนใจสินค้า / ขอใบเสนอราคา ติดต่อเราได้ที่

E-Mail : [email protected]

Line: @Kaicom

Tel: 02 732 9100

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Cisco ขยาย Secure AI Factory ร่วมกับ Supermicro และ NVIDIA รองรับ AI Infrastructure แบบ Rack-Scale

ข่าวสารและกิจกรรม

เปรียบเทียบ Workstation กับ Gaming PC สำหรับงาน AutoCAD และกราฟิก

ข่าวสารและกิจกรรม

เหตุผลที่ควรใช้หมึกแท้ HP เพื่อคุณภาพงานพิมพ์และดูแลเครื่องให้ใช้งานยาวขึ้น

ข่าวสารและกิจกรรม
จัดส่งฟรีทั่วไทย

จัดส่งฟรีทั่วไทย

Free shipping

รับประกันของแท้!

รับประกันของแท้!

Authenticity Guaranteed!

ขอใบเสนอราคาได้ทันที

ขอใบเสนอราคาได้ทันที

Request your quotation

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาฟรี

Help when you need it